วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

คำถามประจำวัปดาห์ที่ 11

Group ware

เป็นเครื่องมือที่นำเข้ามาช่วยในการสนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่ม หรือการประชุมกลุ่ม (To support groupwork / meetings) โดยส่วนมากแล้ว Groupware จะใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการทำงาน (Computer-supported cooperative work :CSCW) และมีโปรแกรมเฉพาะสำหรับสนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่ม มีระบบสารสนเทศสำหรับใช้สนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม (Group Support Systems : GSS) มีเทคโนโลยีหรือ Software(Groupware) ที่ใช้ร่วม เช่น ระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic meeting systems) หรือ ระบบการประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic conferencing systems)



ตัวอย่างเช่น 

1) Enterprise E-mail
ระบบบริหารการรับ-ส่ง E-mail ที่รวบรวมทุก Feature ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้งาน ใช้ได้ทั้งแบบ Web Mail และ POP3 รองรับการส่งไฟล์ขนาดใหญ่ และการส่งงานปริมาณสูง

2) Enterprise Directory
บริหารรายชื่อพนักงานตามโครงสร้างองค์กร สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันโดยไม่ต้อง จดจำรายชื่อ และรองรับการทำงานตามสาย บังคับบัญชาร่วมกับ Module อื่นๆ

3) Personal Contact
จัดเก็บรายชื่อส่วนตัวอย่างละเอียด และเป็นระบบ ง่ายต่อการค้นหาและเรียกใช้ และสามารถจัดตั้งกลุ่มทั้งส่วนตัวและส่วนรวม เพื่อใช้งานร่วมกับ Module อื่นๆ

4) Personal Calendar
บันทึกนัดหมาย กิจกรรมส่วนตัว กำหนดให้เตือนเมื่อถึงเวลานัดหมายได้ รวมถึงเชื่อมโยงกับการค้นหาเวลาว่างในการประชุมกลุ่ม และใช้เป็นปฏิทินการทำงานร่วมกับระบบอื่น

5) Group Meeting & Schedule
บริหารนัดหมายประชุม โดยระบบจะจัดหาเวลาว่างที่ตรงกันระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม และให้ผู้เข้าร่วมตอบรับหรือปฏิเสธได้


6) Interactive Whiteboards
ทำงานเหมือน whiteboard ของจริง เขียนได้ ลบได้ แต่ แทนที่ต้องใช้คนคนหนึ่งมายืนอยู่หน้ากระดานหน้าห้องประชุมเพื่อเขียนหรือลบ เราใช้คอมพิวเตอร์ทำแทน ดังนั้นผุ้ร่วมประชุมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ทุกคน 

7) Screen Sharing software
ยอมให้สมาชิกต่างๆในกลุ่มทำงานบนเอกสารตัวเดียว กัน โดยมันถูกแสดงอยู่บนจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของสมาชิดแต่ละคน 

8) Instant video
คือรูปแบบหนึ่งของ real time chat room ซึ่งยอมให้ท่านเห็นคนที่ ท่านกำลังสื่อสารด้วย

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

คำถาม สัปดาห์ที่ ๑๐

ท่านคิดว่าระบบของการจัดการความรู้ (Knowledge Management System) มีความเกี่ยวข้องกับระบบผู้     เชี่ยวชาญ ( Expert system) หรือไม่? อย่างไร?

การจัดการความรู้ (Knowledge Management System) มี ความเกี่ยวข้องกับระบบผู้เชี่ยวชาญ ( Expert system) เพราะ การจัดการความรู้ เป็น การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับ ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยผู้บริหารแก้ไขปัญหา หรือทำการตัดสินใจได้ดีขึ้น ES จะเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ (Knowledge) มากกว่า สารสนเทศถูกออกแบบมาให้ช่วยในการตัดสินใจโดยใช้วิธีเดียวกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์


ทั้ง 2 ระบบเป็นการทำงานที่สามารถช่วยในการทำงานที่สอดคล้องกัน และเป็นการผสมผสานรวบรวมความรู้ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้ง 2 ระบบมีความเกี่ยวเนื่องกันในด้านต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คำถามสัปดาห์ที่ 9 ข้อ2

กำหนด Symblo ให้กับประโยคต่างๆ
กฏ
ข้อเท็จจริง (หลัง IF)
นิพจน์
ข้อเท็จจริงใหม่ (หลัง THEN)
นิพจน์
R1
เป็นผู้เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นต้น
A
เรียนภาษาเบสิค
C
ต้องการความสนุก
B


R2
ต้อองการความยาก
D
เรียนภาษาซี
E
R3
เป็นผู้เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นสูง
F
เรียนภาษาจาวา
G
R4


เรียนภาษาไพทอน
H
R5
ผู้เรียนไม่คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์
I


R6
ผู้เรียนคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์
J


เขียนโปรแกรมไม่เป็น
K


R7
เขียนโปรแกรมเป็น
L


R8
เข้าใจโฟว์ชาร์ท
M


R9
ไม่เข้าใจโฟว์ขาร์ท
N



เขียนกฎทั้งหมดให้อยู่ในรูปแบบของ Symbolic Logic
R1           IF A and B THEN C
R2           IF A and D THEN E
R3           IF F and D THEN G
R4           IF F and B THEN H
R5           IF I THEN A
R6           IF J and K THEN A
R7           IF J and L THEN F
R8           IF M THEN L
R9           IF N THEN K
เขียน AND/OR graph ของกฎ




                                                 

คำถามสัปดาห์ที่ 9 ข้อ1 การอนุมานแบบย้อนกลับ

การอนุมานแบบย้อนกลับ



วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คำถามประจำสัปดาห์ 8

ExpertSystems
          ระบบ ES หรือระบบผู้เชี่ยวชาญ จัดเป็นระบบสารสนเทศประเภทหนึ่งที่นำวิทยาการของปัญหาประดิษฐ์เข้ามาใช้จัดการสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสนเทศที่เป็น องค์ความรู้ (knowledge) ในเฉพาะสาขาหรือเฉพาะด้าน ดังนั้นระบบผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างฐานความรู้ (knowledge base) และ กลไกในการตั้งคำถาม และหาคำตอบ (จาก knowledge base) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกในการถามและตอบสิ่งที่ถามเสมือนหนึ่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ

การใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นระบบผู้เชี่ยวชาญในงานด้านอุตสาหกรรมระบบผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่เสมือนกับสมองหุ่นยนต์เพื่อให้การทำงานของหุ่นยนต์

การนำระบบผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในการบำรุงรักษาระบบการจ่ายไฟฟ้า ระบบนี้ส่วนมากจะเป็นการทำงานแบบออนไลน์คือ เมื่อมีความผิดพลาดของการจ่ายไฟฟ้าเกิดขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่งระบบผู้เชี่ยวชาญจะทำการค้นหาเส้นทางจ่ายกระแสไฟฟ้าใหม่ไปยังจุดที่เกิดปัญหาเพื่อให้จุดที่ต้องงดการจ่ายไฟฟ้ามีพื้นที่น้อยที่สุด

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คำถามสัปดาห์ที่ 7

งานสัปดาห์ที่ 7

   จากปัญหา ของตัวอย่างที่ 2, 3, 4 ของงานสัปดาห์ที่ผ่านมา (๑๘ ก.ค.๒๕๖๖) การแก้ปัญหา Linear Programming จะใช้ Microsoft Excel (Solver) ได้อย่างไร และคำตอบของตัวแปร (x) ของตัวอย่างที่ 2, 3, 4 มีค่าเท่าไร ทั้งนี้ การตอบจะต้องตอบใน Blog โดย Capture (Print Screen) หน้าจอของ Microsoft Excel (Solver)

ตัวอย่างที่2



ตัวอย่างที่3




ตัวอย่างที่4


วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำถามสัปดาห์ที่ 5

คำถามสัปดาห์ที่ 5  จากโจทย์ข้อที่1 ให้วาดรูป desition tree  จากโจทย์ข้อที่2 ให้คำนวณหาทางเลือกในการตัดสินใจ  (อ้างอิงจากสไลด์หน้า 30-31)




_________________________________________________________________________________

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำถาม สัปดาห์ที่ 4 ร้านดอกไม้ควรสั่งดอกไม้มาจำนวนกี่ดอก

EX.I – ร้านดอกไม้แห่งหนึ่งกำลังพิจารณาที่จะสั่งดอกไม้มาจำหน่ายโดยต้นทุนของดอกไม้ 30 บาท/ดอก แล้วนำมาจำหน่ายหน้าร้าน ราคา50 บาท/ดอก อย่างไรก็ตามหากดอกไม้จำหน่ายไม่หมดภายใน 3 วัน จะนำมาเลหลังในราคา 10 บาท/ดอก
จากข้อมูลการจำหน่ายที่ผ่านมาเป็นดังนี้
จำนวนดอกไม้
ความถี่
ค่าความน่าจะเป็น
100
120
150
170
200
5
15
40
30
10
0.05
0.15
0.40
0.30
0.10
รวม
100
1.00
ร้านดอกไม้แห่งนี้ควรจะสั่งดอกไม้มาจำหน่ายกี่ดอก

วิธีคิด  การคำนวณผลกำไรต่อหน่วย
กรณีขายได้
กรณีขายเลหลัง
ราคาขาย   50   บาท
ราคาขาย   10  บาท
ต้นทุน       30   บาท
ต้นทุน        30  บาท
กำไร       20  บาท/ดอก
ขาดทุน   -20 บาท/ดอก
100 ดอก กำไร 100x20 = 2000 บาท
ขั้นที่1 แสดงผลกำไรทางเศรษฐกิจ
ทางเลือก
100
120
150
170
200
100
2000
1600
1000
600
0
120
2000
2400
1800
1400
800
150
2000
2400
3000
2600
2000
170
2000
2400
3000
3400
2800
200
2000
2400
3000
3400
4000
1600 มาจาก
มี 120 ดอก
ขาย 100 x 20       = 2000 บาท
เหลือ 20 x -20    = -400 บาท
    กำไรทั้งหมด   = 1600 บาท
หรือ 1600 มาจาก
ยอดขาย   100  X  50  =   5,000   บาท
ต้นทุน      120  X  30  =   3,600   บาท
                    กำไร          = 1400   บาท
เลหลัง  20  X  10        =    200   บาท
          กำไรทั้งหมด     =   1600   บาท 
ขั้นที่ 2 หาค่า EMV
ทางเลือก
P(x)
100
EMV
120
EMV
150
EMV
170
EMV
200
EMV
100
0.05
2000
100
1600
80
1000
50
600
30
0
0
120
0.15
2000
300
2400
360
1800
270
1400
240
800
120
150
0.40
2000
800
2400
960
3000
1200
2600
1040
2000
800
170
0.30
2000
600
2400
720
3000
900
3400
1020
2800
840
200
0.10
2000
200
2400
240
3000
300
3400
340
4000
400
รวม
1.00

2000

2360

2720

2640

2160
EMV 100 มาจาก
0.05 x 2000 = 100
EMV 80 มาจาก
0.05 x 1600 = 80
ขั้นที่ 3 เปรียบเทียบค่า EMV โดยเลือกทางที่ให้ค่า EMV สูงสุด
ทางเลือก
EMV
100
2000
120
2360
150
2720
170
2640
200
2160
 ตอบ ดังนั้น ร้านดอกไม้แห่งนี้ควรจะสั่งดอกไม้มาจำหน่าย 150 ดอก